สรุป 3 ข้อเสนอและ 5 งานสำคัญจากปาฐกถา ‘เกินกว่าเร่งด่วน ความรับผิดชอบของทุกภาคส่วนต่อภาวะโลกรวน’
สรุปปาฐกถาปิดงาน ‘2025 Climate Finance Tracker: เปิดข้อมูลการไหลของเงินทุนไทย’ โดยตัวแทนจาก UNEP และ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
สรุปปาฐกถาปิดงาน ‘2025 Climate Finance Tracker: เปิดข้อมูลการไหลของเงินทุนไทย’ โดยตัวแทนจาก UNEP และ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
หากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วทั่วโลกยังไม่พอที่จะทำให้ใครตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้ลองพิจารณาข้อเท็จจริงที่น่าหวั่นวิตกจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ในรายงาน State of the Global Climate 2024 องค์การ WMO ระบุว่า เมื่อปีที่ผ่านมา “มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นครั้งแรกที่อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีของโลกสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมเกิน 1.5 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิใกล้พื้นผิวเฉลี่ยทั่วโลกสูงขึ้นประมาณ 1.55 ± 0.13 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยช่วงปี 1850-1900” หรือแปลว่าปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดในรอบ 175 ปีนับตั้งแต่มีการเก็บสถิติของ WMO ในรายงานฉบับดังกล่าว ยังได้มีการตอกย้ำถึง “ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากสภาพอากาศสุดขั้ว และผลกระทบระยะยาวจากอุณหภูมิมหาสมุทรที่สูงเป็นประวัติการณ์และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น” ประเทศไทยในภาวะโลกรวน ประเทศไทยคือตัวอย่างหนึ่งของความจำเป็นเร่งด่วนนี้ เพราะปัจจุบันประเทศไทยถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุดอันดับที่ 30 ตามรายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชน Germanwatch ขณะที่คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) ประเมินภายใต้สมมติฐานที่อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียสว่า ความเสียหายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทยอาจสูงถึงเกือบ 1 ล้านล้านบาท/ ปี หรือราว 6.6% ของ GDP โดยภาคเกษตรกรรมของไทยจะได้รับความเสียหายสูงถึง 17.5–83.8 […]
เมื่อต้นปี 2025 สหรัฐอเมริกาได้ประกาศใช้มาตรการภาษีตลาดครั้งใหญ่ต่อสินค้าส่งออกด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดจากจีน ผลกระทบนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยเฉพาะในไทย ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันมากขึ้นจากสินค้าพลังงานสะอาดราคาถูกที่หลั่งไหลจากจีน
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 เครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน (CFNT) ได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Phasing out coal: Case studies from Germany” งานสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณสุชาติ คล้ายแก้ว หัวหน้าโครงการ Innovation Regions for a Just Energy Transition (IKI JET) ประจำประเทศไทย คุณสุชาติเป็นผู้นำการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรมในประเทศไทย และมีบทบาทสำคัญในการประสานความร่วมมือของโครงการ IKI JET ภายใต้ GIZ กับชุมชนที่พึ่งพาอุตสาหกรรมถ่านหินในประเทศต่าง ๆ ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม มองโกเลีย ชิลี โคลอมเบีย และแอฟริกาใต้ โดยงานของเขาครอบคลุมการให้คำปรึกษาทางเทคนิค การพัฒนาเครื่องมือเชิงนโยบาย การส่งเสริมเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมถึงการผลักดันเวทีเสวนานโยบายทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ประเด็นสำคัญในงานสัมมนา ได้แก่:
วิกฤติโลกร้อนส่งผลสะเทือนต่อภาคการเงินของประเทศไทยอย่างไร และเราจะมีวิธีจัดการกับความเสี่ยงเหล่านั้นอย่างไรบ้าง 🌍 CFNT เชิญชวนทุกท่านร่วมค้นหาคำตอบใน webinar“Time to Act: Looming Climate Impacts on Thailand’s Financial Sector.” 🗓️ วันที่: 19 กรกฎาคม 2567🕙 เวลา: 10:00 – 11:30 น.📍 แพลตฟอร์ม: Microsoft Teams Webinar วิทยากร: คุณกรรณิการ์ ธรรมพานิชวงค์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ลงทะเบียนได้ที่: https://shorturl.at/tpCGE *Webinar นี้ดำเนินรายการเป็นภาษาไทย สอบถามเพิ่มเติม โปรดติดต่อ info@climatefinancethai.com หรือโทร 096-126-2226
รายงานฉบับนี้วิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเงินจากการลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซขั้นกลางน้ำในประเทศไทยที่รวมถึงธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว เมื่อโลกเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ อาทิ โรงกลั่นน้ำมันแห่งใหม่มูลค่าเงินลงทุน 1.89 แสนล้านบาท และโครงการท่าเรือเพื่อนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจี 6.6 หมื่นล้านบาทอาจเผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ เนื่องจากต้องเผชิญผลกระทบจากนโยบายพลังงานระดับโลกและการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทน รวมถึงความต้องการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่จะแตะระดับสูงสุดในปี 2030 หากต้องการบรรเทาความเสี่ยงจากสินทรัพย์สูญค่าในอนาคต ประเทศไทยจะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านพลังงานโดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสะอาดมากยิ่งขึ้น และปรับแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับคำมั่นด้านภูมิอากาศที่ให้ไว้กับนานาประเทศ การเปลี่ยนนโยบายจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในห้วงยามของการเปลี่ยนผ่าน โดยจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อหลีกเลี่ยงการลงทุนที่สูญค่าและสร้างความยั่งยืนในอนาคต
เครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน (Climate Finance Network Thailand หรือ CFNT) ขอเชิญทุกท่านร่วมงานเปิดตัวเครือข่ายฯ พร้อมแถลงผลงานวิจัยชิ้นแรก“ชำระบัญชีฟอสซิล: การประเมินมูลค่าสินทรัพย์สูญค่าในอนาคตของโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซในประเทศไทย” ไฮไลท์ของงาน: การนำเสนอผลงานวิจัยชิ้นแรกของเครือข่ายฯ ซึ่งประเมินมูลค่าของสินทรัพย์สูญค่าในอนาคต (stranded assets) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติในไทย รวมถึงผลกระทบทางการเงินต่อบริษัทพลังงาน เนื่องจากโรงไฟฟ้าบางส่วนอาจต้องหยุดดำเนินงานก่อนสิ้นอายุทางเศรษฐกิจ หากประเทศไทยต้องบรรลุเป้าหมายตามที่ระบุไว้ในการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDCs) และเป้าหมายตามข้อตกลงปารีสที่จำกัดอุณหภูมิให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ดาวน์โหลดรายงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ https://shorturl.at/or6D0 วงเสวนา: การเสวนาในหัวข้อ “เพิ่มพลังเพื่อรับมือโลกรวน: แผนพลังงานชาติฉบับใหม่และกฎหมายโลกรวน“ โดยผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วนจะนำทุกท่านเจาะลึกข้อมูลล่าสุดของแผนพลังงานชาติและ พ.ร.บ. โลกร้อน รวมถึงชวนคุยว่าแผน/กฎหมายดังกล่าวจะช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) ได้อย่างไร รายละเอียดงาน: 🗓 วันที่: 21 มิถุนายน 2567 ⏰ เวลา: 8:30 – 12:30 น. 🏨 สถานที่: ห้องซากุระ ชั้น 4 โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ […]